นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | Privacy Policy

Thailand Talks


นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

  มูลนิธิฟรีดริช เนามัน เพื่อเสรีภาพ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “เรา”) ร่วมกับ องค์กรพันธมิตรสื่อ ดังปรากฏรายนามในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ จัดโครงการ “Thailand Talks” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้คนที่มีความคิดหลากหลายได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน (“โครงการ Thailand Talks”) หากคุณอายุมากกว่า 20 ปีบริบูรณ์ คุณสามารถเข้าร่วมโครงการThailand Talks ผ่านเว็บไซต์ www.thailandtalks.org เว็บไซต์พันธมิตรสื่อ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “องค์กรพันธมิตร”) หรือบนเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก (Third party) ที่เข้าร่วมโครงการ Thailand Talks  นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายให้คุณทราบเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ/และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคลของคุณ (“ประมวลผลข้อมูล”) โดยเรา ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรพันธมิตรและเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกที่ประชาสัมพันธ์ให้คุณมีส่วนร่วมในโครงการ Thailand Talks และซอฟต์แวร์ที่เราใช้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ Thailand Talks และให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) ทั้งนี้ โปรดทราบว่าเว็บไซต์พันธมิตรสื่อหรือเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกที่มีส่วนร่วมในโครงการ Thailand Talks อาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมได้ โดยคุณสามารถทำความเข้าใจเพิ่มเติมในรายละเอียดได้จากนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้  รายละเอียดเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเรามีดังต่อไปนี้: 

1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของโครงการ Thailand Talks

A.    การเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านองค์กรพันธมิตรเมื่อคุณเป็นบุคคลผู้มีอายุมากกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และได้ทำการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks ผ่านเว็บไซต์ขององค์กรพันธมิตรที่ได้มีการระบุไว้บนเว็บไซต์ของเรา

B.
    การเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก เมื่อคุณเป็นบุคคลผู้มีอายุมากกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และได้ทำการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks ผ่านเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก (หรือ เว็บไซต์ขององค์กรอื่น ๆ )  ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมจากที่เว็บไซต์ของบุคคลภายนอกจะถูกส่งตรงมาที่เรา และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของมูลนิธิฟรีดริช เนามัน เพื่อเสรีภาพ โดยผู้ดูแลเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกจะไม่ได้รับหรือเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่คุณได้ลงทะเบียนไว้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ

C.    การเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการทำแบบสอบถามในการเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks เราจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณผ่านการทำแบบสอบถาม โดยคุณเป็นผู้ให้ข้อมูลผ่านการตอบ “ใช่/ไม่ใช่” หรือ “เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย” อันเป็นการเก็บรวบรวมความคิดเห็นมุมมองเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม  

2. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

A.      ข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากคุณในการเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks ได้แก่ ข้อมูลใด ๆ ซึ่งสามารถใช้ในการระบุตัวตนของคุณได้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 
  • ข้อมูลระบุตัวตน ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เพศ อายุ 

  • ข้อมูลการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ อีเมล รหัสไปรษณีย์ และเบอร์โทรศัพท์
 
  • ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน เช่น ชื่อบัญชี รหัสผ่าน รหัสยืนยันตัวตน
 
  • ข้อมูลพฤติกรรมหรือลักษณะนิสัย ได้แก่ ข้อมูลความคิดเห็นหรือข้อแนะนำเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks
 
  • ข้อมูลอื่น ๆ ได้แก่ ภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกระหว่างการพบปะหรือพูดคุยกับคู่สนทนาในโครงการ Thailand Talks
 
  • ข้อมูลอื่น ๆ ที่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคค
  B.        ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่เราได้เก็บรวบรวมจากคุณมีดังต่อไปนี้ 
  • ข้อมูลความคิดเห็นทางการเมือง ได้แก่ มุมมองเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมและความคิดเห็นทางการเมือง
 
  • ข้อมูลอื่น ๆ ที่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
 ทั้งนี้ หากข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่เราได้เก็บรวบรวมข้างต้นเป็นข้อมูลที่มีความจำเป็นสำหรับการเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks หรือจำเป็นในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวข้อง หากคุณไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวแก่เรา เราอาจไม่สามารถดำเนินการให้คุณเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks ที่เราจัดขึ้นได้ เช่น หากคุณปฏิเสธการตอบแบบสอบถามเพื่อการเก็บรวบรวมความคิดเห็นมุมมองเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม เราจะไม่สามารถ “จับคู่สนทนา” ให้คุณได้  

3. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล

เราจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่คุณได้ให้ไว้กับเราในการลงทะเบียนหรือตอบ  แบบสอบถาม เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 
  • เพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ในการให้คุณเข้าร่วมกิจกรรมในการพูดคุย แลกเปลี่ยน และสนทนา ในโครงการ Thailand Talks โดยอาศัยฐานการปฏิบัติสัญญาระหว่างคุณกับเราตามมาตรา 24 (3) ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อการระบุตัวตนและยืนยันการเข้าร่วมเพื่อพบปะกับ “คู่สนทนา” ของคุณในโครงการ Thailand talks โดยอาศัยฐานการปฏิบัติสัญญาระหว่างคุณกับเราหรือเป็นการจำเป็นเพื่อผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราตามมาตรา 24 (3) และ (5) ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อจับคู่สนทนาที่เหมาะสมกับคุณในโครงการ Thailand Talks โดยอาศัยฐานความยินยอมโดยชัดแจ้งจากคุณตามมาตรา 26 ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อทำการตรวจสอบว่าคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่เรามีการกำหนดก่อนเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks เช่น เพื่อตรวจสอบว่าคุณมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์ โดยอาศัยฐานการปฏิบัติสัญญาระหว่างคุณกับเราหรือเป็นการจำเป็นเพื่อผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราตามมาตรา 24 (3) และ (5) ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อดำเนินการตามหน้าที่ของเราในการให้ข้อมูล จัดหาเนื้อหา บริการ และจับคู่สนทนาให้แก่คุณในโครงการ Thailand Talks โดยอาศัยฐานการปฏิบัติสัญญาระหว่างคุณกับเราหรือเป็นการจำเป็นเพื่อผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราตามมาตรา 24 (3) และ (5) ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อทำการติดต่อและนัดหมายคุณ โดยอาศัยฐานการปฏิบัติสัญญาระหว่างคุณกับเราตามมาตรา 24 (3) ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับการพบปะกับคู่สนทนาของคุณผ่านแบบสอบถามของเรา โดยอาศัยฐานความยินยอมจากคุณตามมาตรา 19 และ มาตรา 24 ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อทำการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ หรือพื้นที่สื่อโซเชียลมีเดียของเราและองค์กรพันธมิตร โดยอาศัยฐานความยินยอมจากคุณตามมาตรา 19 และ มาตรา 24 ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
 

4. วิธีการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในรูปแบบเอกสารและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เราเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณบนเซิร์ฟเวอร์บริษัทของเราในประเทศไทย และบนระบบเซิร์ฟเวอร์ของเราภายนอกประเทศไทย 

5. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

 ในการเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks เราอาจมีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ ซึ่งอาจรวมถึงประเทศที่ไม่ได้รับรองในมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด  ทั้งนี้ การส่งข้อมูลดังกล่าวจะดำเนินการให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่รับรองว่าประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพียงพอ หากปราศจากมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยหรือการรับรองความปลอดภัยที่เพียงพอ ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจะถูกส่งไปก็ต่อเมื่อมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตราฐานที่เรามี หรือเรามีความจำเป็น หรือได้รับความยินยอมจากคุณก่อนเท่านั้น ทั้งนี้ เว้นแต่จะระบุเป็นอย่างอื่น เราจะใช้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามสัญญามาตรฐานสากล (Standard Contractual Clause) ในการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังประเทศปลายทางโดยคุณสามารถศึกษาเกี่ยวกับสัญญามาตรฐานที่เราใช้งานได้ที่https://eur-lex.europa.eu/legal-content/DE/TXT/?uri=CELEX%3A32010D0087. ในการเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของคุณจะถูกส่งไปยัง Twilio, Twilio Ireland Limited, 25-28 North Wall Quay, Dublin 1, Ireland เพื่อให้ Twilio ดำเนินการส่งข้อความยืนยันการลงทะเบียนการเข้าร่วม (SMS) อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจรับรองได้ว่า Twilio จะไม่ส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้กับ Twilio Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ข้อมูลที่ถูกส่งต่อจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลให้กับประเทศปลายทาง
 

6. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล 

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่เราได้รับจากคุณไว้ตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ทั้งนี้ เมื่อโครงการ Thailand Talks ได้เสร็จสิ้นลง อาจมีความจำเป็นจะต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณต่อไปภายหลังจากการสิ้นสุดโครงการเป็นระยะเวลา 9 เดือนเพื่อใช้ในการประเมินผลของโครงการที่เราได้จัดขึ้นและทำการสอบถามหรือตอบข้อสงสัยของผู้เข้าร่วมโครงการ Thailand Talks ที่อาจมีขึ้นเราจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนคุณได้เมื่อเราหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะที่เราได้กำหนดไว้ 

7. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อการปฏิบัติตามรายละเอียดวัตถุประสงค์ที่เราระบุไว้ในรายละเอียดข้างต้นให้แก่บุคคลอื่นเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณหรือตามที่กฎหมายอนุญาตให้เราสามารถทำการเปิดเผยได้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบุคคลหรือองค์กรดังต่อไปนี้

A.      องค์กรพันธมิตรเราอาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่เราได้รับเท่าที่จำเป็นให้กับองค์กรพันธมิตร เพื่อให้บรรลุในวัตถุประสงค์ที่ได้มีการกำหนดไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้

B.         ผู้ให้บริการ

(1)  กรณีที่คุณส่งรูปภาพของคุณพร้อมกับคู่สนทนามาให้เราสำหรับการรายงานโครงการ Thailand Talks เราและองค์กรพันธมิตรจะสามารถใช้รูปภาพนั้นในการเผยแพร่ต่อทางเว็บไซต์ หรือพื้นที่โซเชียลมีเดียขององค์กรพันธมิตรได้เมื่อเราได้รับความยินยอมจากคุณ หากรูปภาพได้ถูกอัปโหลดผ่านพื้นที่โซเชียลมีเดียขององค์กรพันธมิตรของ Thailand Talks รูปภาพที่ถูกอัปโหลดจะถูกส่งต่อไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายโซเชียลมีเดียดังต่อไปนี้
  • ผู้ให้บริการพื้นที่โซเชียลมีเดีย Facebook และ Instagram ที่ให้บริการโดย Facebook Ireland Limited, 4 Grand Canal Square, Dublin 2, Ireland ทั้งนี้ เราไม่สามารถกำหนดไม่ให้ Facebook ประมวลผลข้อมูลได้โดยอิสระและเราไม่สามารถควบคุมขอบเขตการประมวลผลข้อมูลเพิ่มเติมที่กระทำโดย Facebook ได้ โดยคุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล Facebook ได้จาก https://www.facebook.com/about/privacy.
 
  • ผู้ให้บริการเครือข่ายโซเชียลมีเดีย Twitter โดย Twitter International, Twitter International Company, One Cumberland Place, Fenian Street, Dublin 2, D02, AX07 Ireland ทั้งนี้ เราไม่สามารถกำหนดไม่ให้ Twitter ประมวลผลข้อมูลได้โดยอิสระและเราไม่สามารถควบคุมขอบเขตการประมวลข้อมูลเพิ่มเติมที่กระทำโดย Twitter ได้ โดยคุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล Twitter ได้จาก https://twitter.com/en/privacy
(2)  โครงการ Thailand Talks ใช้ซอฟต์แวร์ที่ให้บริการโดย ZEIT Online GmbH (“ZEIT”) ซึ่ง ZEIT อาจมีการใช้ผู้ให้บริการรายอื่นในการพัฒนาซอฟต์แวร์ โฮสติ้ง อีเมล หรือการส่งข้อความ (SMS) หากคุณเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ขององค์กรพันธมิตรอื่นใดที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ZEIT โดยตรง (www.zeit.de) ZEIT และผู้ให้บริการจะดำเนินการในนามของบุคคลที่รับผิดชอบในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในเว็บไซต์ดังกล่าว

C.         หน่วยงานรัฐในกรณีที่มีกฎหมาย ประกาศ หรือข้อบังคับได้กำหนดไว้หรือหน่วยงานราชได้มีการร้องขอ เราอาจทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเท่าที่จำเป็นให้แก่หน่วยงานราชการดังกล่าว เช่น ศาล หน่วยงานของราชการ เป็นต้น 

8. เทคโนโลยีติดตามตัวบุคคล (Cookies)

คุกกี้คือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์หรือผู้ให้บริการโอนไปยังฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ของคุณผ่านเว็บเบราว์เซอร์ของคุณ (หากคุณได้อนุญาต) ซึ่งช่วยให้ระบบของเว็บไซต์สามารถจดจำเบราว์เซอร์ของคุณ บันทึก และจดจำข้อมูลบางอย่างได้ นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อช่วยให้เราเข้าใจการตั้งค่าของคุณตามกิจกรรมเว็บไซต์ก่อนหน้าหรือปัจจุบัน ซึ่งช่วยให้เราสามารถให้บริการที่ดีขึ้นแก่คุณได้ เรายังใช้คุกกี้เพื่อช่วยเรารวบรวมข้อมูลโดยรวมเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์และการโต้ตอบกับเว็บไซต์ เพื่อให้เราสามารถนำเสนอประสบการณ์เว็บไซต์และเครื่องมือที่ดีขึ้นได้ในอนาคต หากคุณทำการปิดใช้งานคุกกี้ คุณลักษณะบางอย่างจะถูกปิดใช้งานและทำให้ประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพน้อยลงและบริการบางอย่างของเราจะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่  คุณสามารถเรียนรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้และการจุดประสงค์การใช้คุกกี้ของเราตลอดจนข้อมูลเพิ่มเติมทั่วไปเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ “นโยบายการใช้คุกกี้” 

9. สิทธิของคุณเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล


คุณมีสิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงสิทธิในการโอน แก้ไข ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล หรือขอให้จำกัดการใช้ข้อมูล หรือปฏิเสธการให้ใช้ข้อมูลภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย โดยรายละเอียดของสิทธิที่คุณมีตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีรายละเอียดดังต่อไปนี้:
 
1)
         สิทธิในการถอนความยินยอมคุณมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมที่คุณได้ให้ไว้กับเราเมื่อใดก็ได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การถอนความยินยอมของคุณจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลของข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณได้ให้ความยินยอมแก่เราไว้ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

2)         สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลคุณมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

3)         สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลคุณมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ นอกเสียจากว่าเป็นการเก็บรวบรวมเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในข้อมูล

4)         สิทธิในการจำกัดการใช้คุณมีสิทธิของให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้

5)         สิทธิในการขอเข้าถึง ขอรับข้อมูล หรือสำเนาข้อมูลคุณมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ สิทธินี้รวมถึงขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบุคคลอื่นได้โดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

6)       สิทธิในการคัดค้านคุณมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับคุณเมื่อใดก็ได้

7)    สิทธิในการอุทธรณ์หากคุณเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณละเมิดสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คุณสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คุณสามารถใช้สิทธิของคุณในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นได้ โดยการส่งอีเมลมายัง contact@thailandtalks.org โดยเราจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่เราได้รับคำขอใช้สิทธิจากคุณ ทั้งนี้ หากเราปฏิเสธคำขอเราจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้คุณทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น  ทั้งนี้ โปรดทราบว่าหากคุณทำการขอเพิกถอนความยินยอมในการการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภทของคุณ อาจทำให้คุณไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ Thailand Talks ในครั้งนี้ได้ 

 10. การรักษาความมั่งคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล 


เราจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ตามหลักการ การรักษาความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (availability) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผย เราจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (access control) นอกจากนี้ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ให้บริการภายนอกของเรามีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลและต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและนโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เคร่งครัดเมื่อมีการใช้ ส่ง โอน หรือประมวลผลใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ 
ทั้งนี้ คุณควรตระหนักไว้ว่าไม่มีวิธีการส่งผ่านข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตหรือวิธีการจัดเก็บแบบอิเล็กทรอนิกส์ใดที่จะมีความปลอดภัยโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ความปลอดภัยนั้นไม่สามารถรับรองได้ เราจะพยายามปกป้องความปลอดภัยในข้อมูลของคุณและจะทำการตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพในมาตรการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลของเราให้ดียิ่งขึ้น

 

11. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเกิดขึ้น เราจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของคุณ เราจะแจ้งการละเมิดให้คุณทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น  เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น 

12. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เราขอสงวนสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นครั้งคราว เราจะเผยแพร่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวบนหน้าเว็บไซต์ กรุณากลับเข้ามาอ่านหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นระยะเพื่อให้ทราบถึงการปรับปรุงหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเรา สำหรับกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ เราจะแจ้งให้คุณทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยเร็ว นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แก้ไขล่าสุดและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป 

 13. รายละเอียดการติดต่อ 


หากคุณต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ รวมถึงการขอใช้สิทธิต่าง ๆ คุณสามารถติดต่อเราหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราได้ ดังนี้
มูลนิธิฟรีดริช เนามัน เพื่อเสรีภาพ
ที่อยู่: ชั้น 25 อาคารบีบีซี เลขที่ 29 ซอยสุขุมวิท 63 ถนนสุขุมวิท
แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110
โทรศัพท์:    02-0952740
เว็บไซต์:     https://www.thailandtalks.org
อีเมล:         contract@thailandtalks.org

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อีเมล:        contact@thailandtalks.org 
โทรศัพท์:    02-0952740